Billy Lynn’s Long Halftime Walk [review]

mv5bnjuzndewndqyn15bml5banbnxkftztgwmjc1mzq1mdi-_v1_sx1500_cr001500999_al_

 

Billy Lynn’s Long Halftime Walk: บนเส้นทางชีวิตของคนเป็นทหาร

 

สำหรับข้าพเจ้า อังลี เป็นผู้กำกับภาพยนตร์มือเอกที่เดาใจยากที่สุดคนหนี่งในฮอลลีวู้ด เขาไม่ได้มีแนวทางชัดเจนในการเลือกเรื่องที่นำมาสร้าง ไม่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในสไตล์หรือเทคนิค แต่ทุกครั้งที่ได้รับชม ก็จะยังรู้สึกว่าภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องราวออกมาได้เช่นที่ปรากฏอยู่บนจอ ไม่มีทางจะกำกับโดยใครอื่นไปได้จากผู้กำกับชาวจีนคนนี้

คราวนี้ อังลีเลือกจะทำภาพยนตร์เกี่ยวกับทหาร

Billy Lynn’s Long Halftime Walk ไม่ใช่ภาพยนตร์สงคราม แต่เป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับทหาร และหากลองย้อนกลับไปคิดดูดีๆ แล้ว จะมีภาพยนตร์กี่เรื่องกันที่ทำออกมาได้เช่นนี้ อังลีเลือกหยิบเรื่องราวสั้นๆ เกี่ยวกับนายทหารคนหนึ่งนามว่าบิลลี่ ลินน์ ผู้ที่บังเอิญกลายเป็นฮีโร่ของอเมริกาด้วยคลิปจากสมรภูมิรบเพียงไม่กี่วินาที หน้าที่ของบิลลี่และเพื่อนทหารอีกเจ็ดคนนั้นไม่ยาก เพียงแค่เดินสายออกรายการตามสำนักข่าวต่างๆ และปรากฏตัวบนเวทีพักครึ่งเวลาในงานแข่งอเมริกันฟุตบอล แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ไม่ง่ายเอาเสียเลย

Read More

Your Name [review]

Your Name: (มากกว่าแค่) ชื่อของเธอ

og_image

หลังจากการประกาศวางมือจากวงการอนิเมชันอย่างเป็นทางการของฮายาโอะ มิยาซากิ ก็น่าจะมีแฟนๆ ภาพยนตร์อนิเมชั่นจำนวนไม่น้อยที่โยกย้ายภาระหนักอึ้งในการนำอนิเมชันญี่ปุ่นสู่สายตาชาวโลก ไปให้กับดาวรุ่งพุ่งแรงดวงใหม่ผู้มีฉายาว่าเป็น ‘ฮายาโอะรุ่นสอง’ ก็คือมาโคโตะ ชินไค นั่นเอง แม้นอกจากการวาดวิวทิวทัศน์ที่สวยงามประณีตจนเหนือจริงแล้ว งานของเขาจะไม่ได้มีสไตล์อะไรคล้ายคลึงกับอาจารย์หรือสตูดิโอจิบลิเลยก็ตาม ถึงอย่างนั้น ถ้าถามข้าพเจ้า ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เป็นเหมือนบทพิสูจน์ว่าเขาน่าจะมารับช่วงต่อนี้ได้อย่างสบายๆ หายห่วง

Read More

Miss Peregrine’s Home for Peculiar Children [review]

น่าจะไม่ได้อัพบ่อยเท่าแต่ก่อนแล้ว เพราะติดงานมากมาย รวมถึงตอนนี้ทำเว็บ chu.in.th อยู่ด้วยครับ (ทายอินไปอี๊ก)

 

Miss Peregrine’s Home for Peculiar Children: ถึงเด็กๆ ผู้ไม่ธรรมดาทุกคน

 

mv5botyxnje0mjk1mv5bml5banbnxkftztgwndm3odyyode-_v1_sx1777_cr001777937_al_

 

เด็กหลายคนน่าจะเติบโตมากับอนิเมชันน่ารักที่เต็มไปด้วยสีสันอย่าง Toy Story หรือภาพยนตร์สำหรับเด็กแบบ E.T. แต่ในขณะเดียวกัน ก็น่าจะมีเด็กอีกกลุ่ม (ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือข้าพเจ้าเอง) ที่เติบโตมากับภาพยนตร์สีหม่นหน้าตาพิลึกเช่น Corpse Bride หรือไม่ก็ที่สีสดจนแสบเพี้ยนอย่าง Charlie and the Chocolate Factory ซึ่งจะเป็นผลงานของใครไปไม่ได้นอกจาก ทิม เบอร์ตัน ผู้กำกับสายดาร์กที่เอาใจเด็กๆ ด้วยการเล่าเรื่องราวสยองขวัญให้ฟังก่อนนอนมาตลอดกว่า 20 ปี ซึ่งแน่นอนว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน

มาจากวรรณกรรมเยาวชนชื่อเดียวกันโดย แรนซัม ริกส์ (ที่ข้าพเจ้าเองยังไม่เคยอ่าน) เล่าเกี่ยวกับเจค เด็กหนุ่มที่เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กประหลาดมาจากปู่ของเขา เมื่อประสบกับเหตุการณ์ประหลาด ทำให้เจคต้องมุ่งหน้าออกสืบหาความจริง และที่เกาะแห่งหนึ่งในเวลส์ เขาก็ได้พบกับมิสเพรีกริน รวมถึงเหล่าเด็กๆ ที่อยู่ในนิทานก่อนนอนของปู่ ไปพร้อมกับที่ได้พบถึงความสามารถอันพิสดารของตัวเอง ที่มีความสำคัญต่อการปกป้องเด็กๆ จากอันตรายที่คืบคลานเข้ามา

mv5bodk1otq4mjm2n15bml5banbnxkftztgwmzq3odyyode-_v1_sy1000_cr0015031000_al_

ในส่วนของโครงเรื่อง อาจจะไม่ได้แหวกแนวหรือเข้าใจยากสักเท่าไร บ้างก็ถึงกับเรียกว่าเป็น X-Men เวอร์ชั่นดาร์ก ซึ่งข้าพเจ้าก็ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะหากลองมองดูกันจริงๆ แล้ว ภาพยนตร์หลายเรื่องของผู้กำกับคนนี้ก็ไม่ได้โดดเด่นที่ตัวโครงเรื่องหลักอยู่แล้ว และข้าพเจ้าเองก็ยอมรับว่าหลังๆ มานี้เขาตั้งใจทำภาพยนตร์เพื่อเด็กๆ มากขึ้น จนทำให้ภาพยนตร์หลายเรื่องกลับอ่อนยวบยาบในแง่บทลงไปอย่างน่าเสียดาย (อาจจะยกเว้น Big Eyes ที่เนื้อหาดีจนต้องทึ่ง ซึ่งก็อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้ตั้งใจจะสร้างให้กับกลุ่มเป้าหมายอายุน้อยนั่นเอง)

แต่ถึงอย่างนั้น เสน่ห์ของภาพยนตร์ ‘แบบเบอร์ตัน’ ก็ยังคงเต็มเปี่ยมอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ด้วยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่นการดีไซน์องค์ประกอบต่างๆ ตั้งแต่พร็อพประกอบฉาก เครื่องแต่งกาย จนถึงสิ่งมีชีวิตพิสดารหลากชนิด หรือการใส่ความบิดเบี้ยวบางประการลงไป โดยให้ตัวละครแอบเปิดเผยออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ข้าพเจ้ามองว่าสิ่งเหล่านี้ต่างหากที่เป็นจุดดึงดูดให้ผู้ชมติดใจในสไตล์ของเขา ไม่ใช่ตัวเนื้อเรื่อง

14352259_983441405097727_7425836008180860875_o

ที่น่าสนใจก็คือ เบอร์ตันตั้งใจเลือกทำภาพยนตร์เรื่องนี้ให้เด็กๆ ดู แน่นอนว่าอาจจะมีอะไรสยองขวัญชวนนอนไม่หลับอยู่บ้างเป็นจังหวะ แต่ก็คงเหมือนกับภาพยนตร์ของเขาอีกหลายเรื่องซึ่งได้กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ ที่อาจจะตั้งใจทำมาเพื่อเด็กเพียงแค่บางกลุ่ม ผู้ซึ่งไม่ได้มองโลกว่าสวยงามไปเสียหมดทุกอย่าง และสนุกสนานไปกับเรื่องราวตลกร้ายที่มีความซับซ้อนมากกว่าแค่สายรุ้งหรือดอกไม้ เด็กๆ กลุ่มที่โตมากพอที่พร้อมจะรับมือกับความจริงและเปิดใจให้สิ่งแปลกประหลาดได้มีโอกาสเสนอตัวบ้าง

ข้าพเจ้าคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ยิ่งสะท้อนเข้าไปใหญ่ว่า ไม่เสมอไปที่เด็กจะอยากมองเห็นแต่ของที่สวยงาม ข้าพเจ้าเองไม่แน่ใจว่าจะมีใครมองว่านี่เป็นการสนับสนุนให้เด็กโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่โหดร้าย โรคจิต หรือรุนแรงหรือเปล่า แต่ส่วนตัวแล้ว ข้าพเจ้าเห็นภาพยนตร์เยาวชนรูปแบบนี้เป็นเหมือนการเตรียมตัวให้เด็กเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริงเสียมากกว่า ให้เด็กได้ลองแอบดูโลกแห่งความเป็นจริง ที่อาจติดสีหม่นๆ ไปบ้าง ทว่าก็ยังมีความหวังและโอกาสที่จะพบกับเรื่องงดงาม

mv5bmji4nzy4odyymf5bml5banbnxkftztgwmjq3odyyode-_v1_sy1000_cr0015021000_al_

ไม่รู้ว่าตัวเบอร์ตันเองได้ตั้งใจหรือเปล่า แต่ส่วนตัวแล้วข้าพเจ้ารู้สึกราวกับว่าเขาตั้งใจหยิบวรรณกรรมเรื่องนี้มาทำเป็นภาพยนตร์ ก็เพื่อมอบให้กับเหล่าเด็กๆ ประหลาดที่ติดตามภาพยนตร์ของเขา ข้าพเจ้าเชื่อว่ามีเด็กหลายคนที่จะต้องเชื่อมโยงตัวเองได้กับเจค เพราะพวกเขาต่างก็เป็นเด็กเข้ากับใครไม่ค่อยได้ และพยายามผลักความแปลกประหลาดตัวเองออกไปให้ไกล พร้อมกับหลอกตัวเองว่าเป็นคนธรรมดาน่าเบื่อ ทั้งๆ ที่ความพิเศษของพวกเขาไม่ได้น่าอายหรือน่ารังเกียจสักนิด เพียงแค่คนส่วนใหญ่เข้าไม่ถึง ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีค่าเสียหน่อย

ถ้าจะประหลาดแล้วยังไง มันหนักหัวใครล่ะ?

 

 

 

2016.09.29

ขอขอบคุณภาพจาก IMDb

the Neon Demon [review]

หลังจากห่างหายไปนาน (เพราะไปทำมาหลายสิ่งมาก ยุ่งสายตัวแทบขาด ไม่ได้เข้าโรงภาพยนตร์เลยฮือ) วันนี้กลับมาแล้วครับ

 

MV5BODQ5NDAyNTYtYTZkYi00MThmLThmZjktMTY1OTJkYTRlMTE0XkEyXkFqcGdeQXVyMzI0OTYxMjI@._V1_

The Neon Demon: ใครไม่อยากสวยยกมือขึ้น!

ภาพยนตร์รสจัดของ Nicholas Winding Refn ผู้กำกับสาย Neo-Noir (หรือจะเรียกว่า Neon-noir ดี) เจ้าเก่าเจ้าเดิม กลับมาให้ความบันเทิงด้วยแสงเสียงอันเร้าประสาทสัมผัสอีกครั้ง โดยในคราวนี้เขาหันมาใช้สตรีเป็นตัวชูโรง ด้วยเรื่องราวเผ็ดร้อนของวงการนางแบบในลอสแองเจลิส ที่พอดูจบแล้วก็ไม่แปลกใจว่าเหตุใดมันจึงได้เสียงตอบรับดังระเบิดในเทศกาลคานส์เมื่อชั่วกลางปีที่ผ่านมา

The Neon Demon ดำเนินเรื่องด้วยหญิงสาวที่สวยสมบูรณ์แบบนามว่า เจสซี ความงดงามของเธอสะกดทุกคนในวงการ ทำให้หญิงสาวคู่แข่งอิจฉาตาร้อน และทำให้เหล่าชายที่ล้อมรอบต่างก็หลงใหลอยากได้ แน่นอนว่าความสดสวยอันไม่คงกระพันเช่นนี้ย่อมนำไปสู่ความหายนะอันวิปริต เมื่อคนทุกคนรอบตัว ถ้าไม่อยากเอาเธอก็ต้องอยากเป็นเธอด้วยกันทั้งนั้น เมื่อพรข้อพิเศษที่พระเจ้าประทานให้เจสซีกลับก่อให้เกิดความน่าเกลียดนานัปการที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง

MV5BYThiNzRiNzEtNTI2ZC00N2ViLTgxNjctYjgyMTJhNzg1NTYyXkEyXkFqcGdeQXVyMzI0OTYxMjI@._V1_SY1000_CR0,0,1498,1000_AL_

Read More

X-Men: Apocalypse [review]

 

xmen-apocalypse-gallery-01-gallery-image

 

X-Men: Apocalypse: วันสิ้นโลก พระเจ้าจอมปลอม และทางเลือกของมนุษย์

 

หลังจาก Captain America: Civil War ประสบความสำเร็จถล่มทลายทั่วโลก ทางค่ายดิสนี่ย์ก็คงจะสะใจที่ได้เบียดบังรัศมีภาพยนตร์ใหญ่อีกเรื่องจากค่าย 20th Century Fox ที่แม้จะมีตัวละครเป็นซูเปอร์ฮีโร่จำนวนมากเหมือนกัน แต่ดูจะไม่ได้รับความสนใจเท่าเทียมกันนัก ซึ่งก็ค่อนข้างน่าเสียดายเมื่อคิดว่าเนื้อหาของเรื่องและวิธีการนำเสนอของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย จึงทำให้ข้าพเจ้าอยากลองเปรียบเทียบภาพยนตร์ยอดมนุษย์เรื่องอื่น ๆ ที่ได้มาถึงแล้วและกำลังจะมาถึงเพื่อดูทิศทางของภาพยนตร์กระแสหลักประเภทนี้ต่อไป

 

สำหรับ Apocalypse นั้น เป็นเรื่องราว “อนาคตใหม่” หลังจากโลแกนได้ย้อนอดีตไปเปลี่ยนอนาคต ทำให้ชีวิตของเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์กลับเดินไปในอีกทิศทางหนึ่งที่แตกต่างจากประวัติศาสตร์เดิม และในระหว่างที่ชาร์ลส์ เซเวียร์ พยายามจะสร้างโรงเรียนสำหรับมนุษย์กลายพันธุ์ยุคใหม่ที่ยังไม่ชินกับพลังของตนเอง ก็เกิดอุบัติของมนุษย์กลายพันธุ์ที่เก่าแก่และทรงพลังที่สุด นั่นคือเอ็นซาบาห์นูร์ หรือที่หลายคนรู้จักกันในนามของ อะพอคาลิปส์ ที่ตั้งตนขึ้นเป็นพระเจ้าเพียงหนึ่งเดียวและมองโลกที่ผิดเพี้ยนไปว่าไม่ถูกต้อง สมควรได้รับการชำระล้างใหม่อีกครั้งทั้งหมด

 

xmen-apocalypse-gallery-06-gallery-image

 

แน่นอนว่าจากการทิ้งท้ายของ Days of Future Past นั้นย่อมทำให้ง่ายกับการสร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ หรือการวางโครงเรื่องที่หนักแน่นน่าติดตาม เพราะไม่ได้มีเงื่อนไขมากมายจากภาคก่อน ๆ หลังจากได้ลบอนาคตและอดีตไปทั้งหมด เนื้อหาของภาพยนตร์ที่ออกมาจึงค่อนข้างอิสระ การเลือกหยิบตัวละครที่ร้ายกาจที่สุดตัวหนึ่งในจักรวาลคอมิคของเอ็กซ์เมนอย่างอะพอคาลิปส์มานำเสนอเพื่อปิดท้ายไตรภาคเอ็กซ์เม็นสมัยแรกเริ่ม (อันประกอบไปด้วย First Class, Days of Future Past และ Apocalypse) ดูจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกับจังหวะและเวลาที่สุด รวมถึงแม้ว่าภาพยนตร์จะไม่สมเหตุสมผลมากเพียงใดก็ตาม แต่นี่คือแฟรนไชส์ X-Men ที่ประกอบด้วยพลังอันแสนจะไร้ขอบเขตของมนุษย์กลายพันธุ์หลากหน้าหลายตา ทำให้ความสมเหตุผลอาจจะหลุดออกนอกวงโคจรไปนานแสนนานมากแล้ว

 

Read More

High-Rise [review]

 

MV5BMTkwMDUyNzMyMF5BMl5BanBnXkFtZTgwNjE5NjU3NjE@._V1__SX1217_SY676_

 

 

High-Rise: สูงจนเสียว

 

ภาพยนตร์ที่ดูจะเสียดสีสังคมตามสไตล์อังกฤษแบบสุด ๆ และตั้งใจเล่นเรื่องชนชั้นทางเศรษฐกิจกันอย่างตรง ๆ ไม่ไว้หน้ากันตั้งแต่ชื่อเรื่องไปจนถึงประเด็นที่เลือกใช้โปรโมท เมื่อมีใบหน้าของทอม ฮิเดิลสตัน นักแสดงมากฝีมือในกระแสมาร่วมด้วยช่วยขาย ก็ทำให้ภาพยนตร์ยิ่งเป็นที่กล่าวขานถึงมากเข้าไปใหญ่ ด้วยเหตุปัจจัยเหล่านี้ ก็คงจะไม่แปลกหากใครหลายคนที่เข้าไปชมแล้วเดินออกจากโรงมาด้วยความงงงวย แลเพราะรูปแบบของภาพยนตร์ที่ออกมานั้นไม่ได้เป็นไปตามคำกล่าวอ้างเบื้องต้นสักเท่าไรนัก (แม้ว่าความดูดีของฮิเดิลสตันจะการันตีได้ตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบเรื่องก็ตามที)

 

เรื่องราวเกี่ยวกับคอนโดสูงกว่าสี่สิบชั้น กับเหล่าผู้อยู่อาศัยหลากหน้าหลายฐานะ ที่ไม่สามารถจะลงรอยกันได้ เนื่องจากต่างก็ไม่พอใจในฐานะของตัวเอง หรือส่วนแบ่งที่ตนได้รับ นอกจากดร.โรเบิร์ต แลงก์ ผู้ย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ เขาเองไม่ได้อยู่ในทั้งสวนบนของตึกหรือส่วนล่างของตึก แต่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างกลาง ในฐานะของนักสรีรวิทยาผู้ศึกษาเกี่ยวกับสมองมนุษย์อย่างลึกซึ้ง แลงก์ได้เรียนรู้เกี่ยวกับส่วนต่าง ๆ ของตึกตั้งแต่สูงสุดจนถึงล่างสุด และได้เห็นที่มาที่ไปของความล้มเหลวของระบบที่ทำลายทุกคนในระบบอย่างทั่วถึง

Read More

Captain America: Civil War [review]

 

SP-04286-R-b8710

 

 

Captain America: Civil War: สงครามกลางใจ

**มีสปอยล์นะครับ เราได้เตือนท่านแล้ว!!

 

 

หลังจากการล่มสลายอย่างงดงามของเหล่า ‘ภาพยนตร์สี่แยก’ ที่พยายามจะนำเอาเหล่าฮีโร่มาปะทะสังสรรค์กันอย่างที่ในการ์ตูนต้นฉบับเคยได้ทำไว้ ไม่ว่าจะเป็น Avengers: Age of Ultron หรือ Superman v Batman: Dawn of Justice และสร้างความเสียหายให้แก่ชื่อเสียงหน้าตาของวงการภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโรอย่างมากมาย ในคราวนี้ ผู้กำกับสองพี่น้องรุสโซเลยตัดสินใจจะกลับมากอบกู้ชื่อเสียงให้กับ “ภาพยนตร์สายหลัก” แห่งยุคสมัย ซึ่งจากเสียงตอบรับเกรียวกราว ก็พอจะพูดได้เต็มปากทีเดียวว่าเป็นการรักษาแผลเก่าและทำให้อุตสาหกรรมสายดังกล่าวก้าวต่อไปได้อย่างเข้มแข็งยิ่งกว่าเดิม

 

สำหรับเรื่องย่อนั้น คงยากที่จะอธิบายออกมาเป็นตัวอักษรร้อยเรียง เนื่องจากว่าภาพยนตร์ได้เล่าด้วยการแสดงให้เห็นในหลาย ๆ ด้านอย่างมีชั้นเชิง ถึงการพยายามแสดงออกถึงจุดยืนของตัวละครต่าง ๆ ในประเด็นเกี่ยวกับการใช้อำนาจในการปกป้องผู้คน ที่บางครั้งอาจรวมไปถึงการยอมสละส่วนน้อยเพื่อส่วนใหญ่ โดยต่อยอดจากปัญหาที่เกิดในโซโคเวีย ที่เหล่าอเวนเจอร์ได้เข้าไปสร้างความเสียหายมากมาย ซึ่งเหล่าผู้พิทักษ์แต่ละคนต่างก็มีความเห็นที่แตกต่างกันไป เมื่อถึงจุดแตกหัก จึงทำให้พวกเขาเลือกที่จะสู้เพื่อสิ่งที่ตนเชื่อ ถึงแม้นั่นจะหมายถึงการทำร้ายคนที่เคยเรียกกันว่าเพื่อน – ทั้งทางร่างกายและจิตใจ – ก็ตาม

 

CivilWar571fee863dfd0-00744

 

Read More

Race [review]

 

gallery5

 

Race: สิ่งที่อยู่เหนือความเกลียดชัง

 

ตั้งแต่ใบปะหน้า ตัวอย่างภาพยนตร์ ไปจนถึงเนื้อหาที่หยิบมานำเสนอนั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้มิได้มีจุดขายอันโดดเด่นใดที่จะทำให้คนนับว่าเป็นภาพยนตร์ที่พลาดไม่ได้ หลังจากการผลิตงานเขิงชีวประวัติซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ข้าพเจ้าเองเชื่อว่าใครหลายคนก็คงมีความเห็นเช่นเดียวกันกับข้าพเจ้าว่านี่ก็คงจะเป็นภาพยนตร์ธรรมดาเรียบ ๆ อีกเรื่องหนึ่งในหมวดหมู่นั้น อย่างไรก็ตาม ไม่ได้แปลว่าเหตุผลเหล่านั้นจะทำให้เราต้องมองข้ามคุณค่าของมันในแง่ของการเล่าขานอดีตอันน่าจดจำของชายคนหนึ่ง ซึ่งแม้จะเป็นเพียงแค่ส่วนเล็ก ๆ ของประวัติศาสตร์ แต่ก็เป็นส่วนที่น่าสนใจไม่ใช่น้อยทีเดียว

 

เจสซี โอเวนส์ เป็นที่รู้จักในนามของนักกรีฑาที่วิ่งได้เร็วและกระโดดได้คล่องราวกับสวรรค์สั่งมา แต่การมีพรสวรรค์อย่างเดียวนั้น ไม่เพียงพอเมื่อเขาจะไปแข่งขันในงานกีฬาโอลิมปิกปี 1936 และต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่หลวงของการเป็นคนผิวสีในยุคสมัยที่สหรัฐอเมริกายังไม่ยอมรับความเท่าเทียมระหว่างชาติพันธุ์ หรือแม้จะข้ามผ่านตรงนั้นไปได้แล้ว ก็ยังต่อสู้กับกลุ่มอำนาจที่สรรเสริญชาติของตนไปพร้อม ๆ กับที่เหยียดเชื้อชาติอื่นได้อย่างน่าสยองขวัญที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์โลก นั่นก็คือนาซีเยอรมัน ผู้เป็นเจ้าภาพจัดงานแข่งขันกีฬาครั้งนั้น

 

Read More

Knight of Cups [review]

 

MV5BMjIzNDI5MTMyMV5BMl5BanBnXkFtZTgwNDg5ODk5NzE@._V1__SX1217_SY632_

 

 

Knight of Cups: การเดินทางอันว่างเปล่า

 

หลังจากสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนทั้งโลกด้วยภาพยนตร์ศึกษาจิตวิญญาณอย่าง the Tree of Life ทำให้ผู้กำกับเทอเรนซ์ มาลิค ยืนยันที่จะผลิตผลงานสไตล์เดิมต่อไป และก่อนอื่นใด ข้าพเจ้าต้องออกตัวไว้ว่าตนไม่ได้รังเกียจความหวือหวาออกทะเลของภาพยนตร์ครอบครัวและจักรวาลที่นำแสดงโดยแบรท พิตต์ เรื่องนั้นแต่อย่างใด เผลอ ๆ อาจจะนับได้ว่าค่อนข้างประทับใจเสียด้วยซ้ำ โดยมันเองก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าเลือกลองดูภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของผู้กำกับคนเดิมคนนี้ ก่อนที่จะต้องรู้สึกถึงความผิดหวังมากกว่าที่เคยคาดเดาไว้เสียอีก

 

ว่าด้วยการเดินทางตามหาตัวตนและคนที่รักของริค นักเขียนผู้หลงทางอยู่ในแสงสีของลอสแองเจลิส เขาได้ก้าวผ่านชีวิตอันไร้จุดหมาย ไม่แน่นอน และล่องลอย ซึ่งตลอดทั้งเรื่องที่แบ่งออกเป็นแปดภาคส่วน ริคได้ค้นพบและเรียนรู้หลายสิ่งจากผู้คนที่ไหลหลั่งเข้ามาในชีวิตเขา ก่อนคลื่นทะเลจะสาดซัดให้กลุ่มคนเหล่านั้นเปลี่ยนจากไปเป็นใบหน้าใหม่ ๆ โดยเฉพาะผู้หญิงที่เขาหวังว่าจะมาเป็นคนที่เติมเต็มให้กับความว่างเปล่าข้างตัวเขาในทุกสถานที่ที่เขาอยู่ แต่สุดท้ายมันก็เป็นเพียงได้แค่ชั่วคราว และเขาเองก็ยังเดินทางต่อไป

 

Read More

the Jungle Book [review]

 

 

the-jungle-book-999_bf_0240_comp_v0246_right_9e827a57.jpeg

 

The Jungle Book: มนุษย์ตัวน้อยในป่าใหญ่

 

ในระหว่างที่ภาพยนตร์ยอดมนุษย์มารุ่งพุ่งแรงแซงทางโค้ง ดิสนี่ย์เองก็ไม่หยุดหย่อนที่จะพยายามพัฒนาความสนุกสนานเพื่อเด็ก ๆ ในรูปแบบอื่น โดยแม้จะเป็นการนำเรื่องราวเก่าแก่จากวรรณกรรมระดับคลาสสิคที่เป็นถึงอนิเมชันยุคดั้งเดิมกลับมาเล่า แต่ก็มีความพยายามที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงด้วย เมื่อนำมาเทียบกับ Zootopia ภาพยนตร์เรื่องก่อนหน้าของดิสนีย์แล้ว จะเห็นถึงความเป็นคู่ตรงข้ามของภาพยนตร์ทั้งสอง จากสัตว์ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเมือง คราวนี้กลายเป็นคนที่เลือกจะใช้ชีวิตในป่า ซึ่งแน่นอนว่าเนื้อหาจึงแตกต่างกันอย่างแทบจะสิ้นเชิง และนั่นเองก็ลามไปถึงองค์ประกอบอื่น ๆ อีกด้วย

 

เรื่องราวเกี่ยวกับเมาคลี เด็กชายที่ถูกเสือดำพบอยู่อย่างเดียวดายกลางป่า ชีวิตที่เติบโตมาท่ามกลางการเลี้ยงดูของฝูงหมาป่า — แทนที่จะเป็นสังคมมนุษย์ — ทำให้เขากลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความผสมผสานระหว่างวิถีแห่งสัตว์ป่ากับการหัดพลิกแพลงด้วยระบบความคิดของมนุษย์ ซึ่งเป็นเหมือนกับอาวุธสิ่งเดียวที่เขามีเหนือสัตว์อื่น เมื่อมาถึงวันหนึ่ง ความเป็นมนุษย์ของเขาก็สร้างปัญหาให้กับป่า เพราเชียร์คาน เสือผู้ดุร้าย ประกาศกร้าวว่ามนุษย์เป็นสัตว์อันตราย โดยเฉพาะเมื่อพวกมันโตขึ้น และเรียนรู้ที่จะใช้นวัตกรรมของตนเพื่อทำลาย

 

2040

 

Read More